posttoday

รุ่นใหม่บริษัทสิ่งทอ ต่อยอดด้วยนวัตกรรม

6E33733636C0483799766DBA0F2F8319

เมื่อไหร่ก็ตามที่ธุรกิจหยุดพัฒนา ก็เหมือนเดินถอยหลังสู่จุดจบแต่หากยังพัฒนาต่อเนื่อง ต่อให้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเป็นขาลง ธุรกิจนั้นก็ยังมีลมหายใจต่อ

กิตติพงค์ รวยฟูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไฮบริด แฟบริค เริ่มจากช่วยงานธุรกิจครอบครัวก่อน คือ บริษัทสิ่งทอ โดยเข้าไปดูแลการตลอดทั้งหมด ช่วงนั้นเป็นปีมหามงครลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสื้อสีเหลืองขายดีมาก บริษัทรับคำสั่งผลิตเสื้อเหลืองต่อเนื่อง แต่เป็นความคึกคักทางธุรกิจชั่วคราว จึงมองหาแนวทางให้ธุรกิจโตยั่งยืน

เริ่มจากพิจารณาช่องทางคำสั่งซื้อ พบว่าบริษัทรับจ้างผลิตเสื้อผ้าส่งให้องค์กร (โออีเอ็ม) โดยรับคำสั่งผ่านนายหน้า ผลิตส่งห้างค้าปลีกประตูนํ้า โบ๊เบ๊ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เริ่มเห็นว่าบริษัทมีศักยภาพผลิตเสื้อผ้าได้หลายรูปแบบ จึงสร้างทีมงานฝ่ายขายเอง เพื่อติดต่อลูกค้าองค์กรโดยตรง ไม่ผ่านนายหน้า

“ช่วงที่ช่วยงานบริษัทนี้ 5 ปี แรกเปลี่ยนวงการหลายอย่าง เช่นเดิมเสนอขายเสื้อผ้าเป็นโหล ก็ขายเป็นตัว ให้ลูกค้าซื้อแบบไม่มีขั้นตํ่าเลือกสีได้ตามต้องการ จากที่ปกติลูกค้าต้องรองาน 60 วัน ก็ลดจนเหลือ 14 วัน และเดิมบริษัทต่างๆพิมพ์รายการเสื้อผ้าเป็นเล่มให้ลูกค้าเลือก บริษัทก็เป็นเจ้าแรกที่เริ่มทำรายการเสื้อผ้าออนไลน์ให้ลูกค้าเลือกมีแบบผ้าตามคุณสมบัติที่ลูกค้าต้องการ อาทิ ทนทานสูง สีไม่ซีด ซักแล้วไม่หดย้วย”

เมื่อช่วงงานบริษัท ที.ที.เอชนิตติ้ง (ไทยแลนด์) กว่า10ปี ทำให้บริษัทพัฒนาเสื้อผ้านวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมากมายตามความต้องการลูกค้ากลายเป็นคลังความรู้ชั้นดีที่บริษัทอื่นเลียนแบบไม่ได้ อีกทั้งทำให้บริษัทผลิดเสื้อผ้าอื่นๆ อยางซื้อผ้าที่มีนวัตกรรมที่บริษัทพัฒนาไปใช้ จึงตัดสินใจตั้งบริษัทใหม่ชื่อ บริษัทไฮบริด แฟบริค เป็นบริษัทผลิดและจัดจำหน่ายผ้า เพื่อเป็นวัตถุดิบให้บริษัทอื่นๆ นำไปตัดเย็บเสื้อผ้าต่อ

กิตติพงศ์ กล่าวว่า หัวใจธุรกิจเสื้อผ้ามี 3เรื่อง คือ 1.วัตถุดิบ 2.การทอ 3.การย้อม บริษัทมีวัตถุดิบที่บริษัทอื่นเลียนแบบไม่ได้ เพราะสั่งซื้อวัตถุดิบได้ครั้งละมากๆ เลือกวัตถุดิบที่บริษัทอื่นๆอาจไม่มีกำลังพอจะสั่งได้ ด้านการทอ บริษัทใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรทันสมัยจากอิตาลี ต่างจากบริษัทอื่นใช้เครื่องจักรแบบเก่า เพราะเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ส่งเสริมการลงทุน ทองธุรกิจนี้เป็นธุรกิจไม่มีอนาคต ไม่คุ้มลงทุนเพิ่ม

ด้านการย้อม บริษัทมีโรงย้อมในเครื่องที่ใช้เทคโนโลยีทำให้ผ้ามีคุณสมบัติตามลูกค้าต้องการ ด้วยคุณสมบัติตามต้องการ ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จึงเอื้อต่อบริษัทไฮบริด แฟบริค ในการเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีผ้ารองรับความต้องการบริษัทเสื้อผ้าในตลาด ส่วนบริษัท ที.ที.เอช.นิตติ้ง (ไทยแลนด์) ก็ให้คนในครอบครัวดูแลต่อ แยกการดำเนินงานกันชัดเจน

ตัวอย่างผ้านวัตกรรมที่ผลิดเช่น ผ้าไฮบริด คอตตอน ที่มีคุณสมบัติดูดเหงื่อ แห้งสบาย ไม่หดย้วย ทนคลอรีน และโฮบริด แฟชั่น ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงโฮบริด คอตตอนแต่ราคาถูกกว่า โดยบริษัทไม่ได้กำหนดปริมาณผ้าขั้นตํ่าสูง สั่งซื้อผ้าเพียง 1 กิโลกรัมได้ ไม่ต้องซื้อขั้นตํ่า 1,000 กิโลกรัม เพราะตระหนักว่ามีลูกค้าไม่กี่รายที่จะสั่งซื้อผ้าปริมาณมากระดับนี้ได้ แต่สั่งซื้อปริมาณน้อยก็จะมีราคาสูงกว่า

การที่บริษัทให้ลูกค้าสั่งผ้าจำนวนไม่มากได้ เพราะมียอดสั่งซื้อจากบริษัทเสื้อผ้าจำนวนมาก จึงมีกำลังลงทุนซื้อวัตถุดิบมาสต็อกไว้ ที่ผ่านมาจะเก็บสถิติว่าผ้าสีไหนความต้องการสูง ก็สต็อกสีนั้นมาก สีไหนความต้องการน้อยก็สต๊อกน้อย มีสต๊อกทั้งผ้าสุก (ผ่านการย้อมแล้ว) และผ้าดิบ (ยังไม่ย้อม)

“บริษัทไฮบริด แฟบริค เปิดไม่ถึง 1 ปี เป็นธุรกิจกลุ่มบลูโอเชียน ยังไม่มีคู่แข่ง เพราะผ้าที่มีไม่เหมือนบริษัทผ้าอื่นๆ การพัฒนาผ้าของบริษัทจะร่วมมือสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เวลาที่คิดค้นผ่านวัตกรรมใหม่ได้ จะนำไปทดสอบที่สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเพื่อรับใบรับประกันคุณสมบัติผ้าเป็นเครื่องการันตีให้ลูกค้าเชื่อมั่น”

กิตติพงศ์ กล่าวว่าไฮบริด แฟบริค พัฒนาผ้านวัตกรรมใหม่ได้ เพราะนำผู้รับผิดชอบงานผ้า 3 ด้าน คือวัตถุดิบ ทอ และ ย้อม มาหารือร่วมกันภายใต้โจทย์เดียวกันว่า หากต้องการพัฒนาผ้าคุณสมบัติเช่นนี้ให้ขายได้ราคาเหมาะสม ต้องใข้ความรู้แต่ละด้านอย่างไรบ้างผสมผสานกัน ขณะเดียวกันก็ตั้งใจลงทุนกับบริษัทนี้ต่อเนื่อง โดยวางแผนซื้อเครื่องทอเทคโนโลยีใหม่เพิ่ม

อย่างไรก็ตาม กิตติพงศ์ ไม่ได้หยุดแค่บริษัท ไฮบริด แฟบริค ล่าสุดมีแนวคิดต่อยอดนวัตกรรมผ้าที่คิดค้นขึ้น ก่อตั้งบริษัทใหม่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าแบรนด์ไฮบริด สปอร์ต ผลิตเสื้อผ้ากีฬาที่ต้องใช้ผ้าประสิทธิภาพสูง ลดการเกิดกรดแลกติกเมื่อออกกำลังกายหนักๆ

แม้เศรษฐกิจไม่ดีนัก แต่ธุรกิจไฮบริด แฟบริค มีแนวโน้มโตได้เพราะลูกค้าเริ่มมองหาผ้าฟังก์ชั่นที่มีนวัตกรรมใช้มากขึ้น เนื่องจากตอบโจทย์หลังทดลองใช้แล้วตามที่บริษัทนำผ้าไปเสนอ แม้สักส่วนการขายจากผ้าฟังก์ชั่นยังไม่มากเท่าผ้าธรรมดาแต่แนวโน้มเติบโตสูงบ จากช่วงเพิ่งเปิดบริษัท สักส่วนยอดขาดไม่ถึง 10% ผ่านไปเกือบ 1ปีสัดส่วนยอดขายขึ้นมาเป็น 20% แล้วคาด 3ปีข้างหน้า สัดส่วนยอดขายผ้าฟังก์ชั่นจะเกิด 50% ได้

กลยุทย์เพิ่มยอดขายผ้าฟังก์ชั่นคือ ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าตัวเองต้องการผ้าแบบไหน เพราะลูกค้าที่มาซื้อผ้าอาจยังไม่ทราบว่าผ้ามีคุณสมบัติต่างๆกันตามต้องการได้ โดยจะใช้ช่องทางออนไลน์สร้างความเข้าใจ ทำเป็นข้อมูลกราฟฟิก คลิปวีดีโอ และลงโฆษณาตามนิตยสารฝ่ายจัดซื้อ

กิตติพงศ์ กล่าวว่า ธุรกิจสิ่งทอหากไม่พัฒนาผ้านวัตกรรมใหม่ ยังผลิตเสื้อผ้าแบบเดิมจะลำบาก เพราะค่าแรงขั้นตํ่าสูงขึ้น สิ่งทอใช้แรงงานเป็นหลักได้รับผลกระทบสูง ธุรกิจจะไปต่อได้ด้วยคือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผ้าที่ใช้เทคโนโลยีสูง ขนะเดียวกันผู้ที่จะบริหารธุรกิจสิ่งทอต้องอึด อดทนสูง เพราะธุรกิตนี้ใช้แรงงานคนมาก ต้องปวดหัวเรื่องการติดต่อคนมากที่สุด ต้องมีวิสัยทัศน์ประสานงานกับคน

ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่รู้จักพัฒนาธุรกิจด้วยนวัตกรรมสมํ่าเสมอ ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไปต่อได้ และน่านะมี อนาคตไกล