200px-Matichon_Logo

ไอซ์-กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ปั้น"ไฮบริด แฟบริค" พลิกโฉมธุรกิจการ์เมนต์เข้าถึงไลฟ์สไตล์

eco20081158p1

ธุรกิจการ์เมนต์หรืออุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นอีกกลุ่มธุรกิจหลักที่สร้างรายได้และอาชีพให้คนไทย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจนี้แข่งขันราคารุนแรง เพราะมีผู้เล่นหลายระดับตั้งแต่โรงงานเย็บผ้าระดับครัวเรือนไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ผลิตเพื่อส่งออก

คุณไอซ์-กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ หนุ่มนักเรียนนอกวัย 34 ปี จบด้านการตลาดจาก California State University หนึ่งในผู้บริหารที่โลดแล่นอยู่ในวงการสิ่งทอมากว่า 10 ปี มีประสบการณ์บริหารงานด้านการตลาดให้กับบริษัททอผ้าและตัดเย็บครบวงจร อย่าง ที.ที.เอช.นิตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทของครอบครัวที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2490 จากห้างหุ้นส่วนจำกัดตั้ง เตียง ฮง ประกอบธุรกิจค้าขายผ้าในย่านสำเพ็ง ขยายกิจการมาเป็นผู้ผลิตภายใต้โรงงานใหม่ชื่อบริษัท ที.ที.เอช.นิตติ้งฯ สืบทอดกิจการตั้งแต่รุ่นปู่ จนถึงรุ่นพ่อ และส่งมอบถึงมือคุณไอซ์ในปัจจุบัน 

มาวันนี้เขาเห็นปัญหาของวงการผ้าถักในประเทศไทยที่ยังพัฒนาได้ช้าเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ทั้งที่ศักยภาพของประเทศไทยด้านโครงสร้างของวัตถุดิบ การผลิต การวิจัยพัฒนา ถือว่ามีศักยภาพและความพร้อมไม่แพ้ประเทศอื่น แต่เนื้อผ้าต่างๆ ที่มีจำหน่ายในประเทศส่วนใหญ่เป็นเพียงผ้าธรรมดา เครื่องจักรที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นรุ่นเก่า ขาดวินัยและการพัฒนา ผู้เล่นในอุตสาหกรรมทำธุรกิจเดิมๆ คือรับสินค้าต้นทางมาจากที่เดียวกัน ตัดเย็บเหมือนกัน ขายลูกค้ากลุ่มเดิม

แต่ตลาดเริ่มเปลี่ยนเมื่อมีสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่ราคาถูกกว่าจากต้นทุนค่าแรงต่ำกว่าเข้ามาแข่ง การดัมพ์ราคาจึงเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

“ช่วง 5 ปีแรกที่ผมเข้ามาช่วยบริหารงาน ผมทำธุรกิจเหมือนที่คนอื่นทำคือแค่มีกำไรโต เลี้ยงตัวเองได้ก็พอ มาช่วง 5 ปีหลัง ผมมองว่าการลดราคาคงไม่ใช่คำตอบอีกแล้ว ถ้ายังทำธุรกิจแบบนี้จนถึงรุ่นลูกก็ไม่มีวันมีรายได้เป็นพันล้าน” 

เขายกตัวอย่างให้ฟังว่า แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำจากญี่ปุ่นและเกาหลี ทำไมจึงมีเสื้อฮีทเทค ที่เนื้อผ้าบางเบาแต่อุ่น เสื้อขนห่านเบาแต่อุ่นมาก แต่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนจะทำอย่างไรให้มีฟังก์ชั่นที่เสื้อไม่ย้วย ระบายอากาศ ไม่อมน้ำและเบาสบาย

นี่เป็นที่มาของ บริษัท ไฮบริด แฟบริค จำกัด บริษัทลูกของบริษัท ที.ที.เอช.นิตติ้งฯ ที่ต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ บนผ้า จากแนวคิดเรื่องยกระดับสิ่งทอจึงรวบรวมคนในวงการ โดยเฉพาะผู้ที่มีหัวก้าวหน้าต้องการทำสิ่งแปลกใหม่ ผู้มีประสบการณ์จากโรงงานขนาดใหญ่ มาเป็นทีมคิดค้นวิจัย ทดลองทำเส้นใย นำเข้าเครื่องทอผ้าราคาแพงเพื่อทอผ้ารูปแบบใหม่ รวมทั้งวิธีการย้อมที่ต่างออกไป ไฮบริดจึงเป็นบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาผ้าไม่กี่แห่งในประเทศที่มีแผนกวิจัยและพัฒนาผ้า

สิ่งที่คุณไอซ์ภูมิใจมากที่สุดหลังจากทุ่มเงิน 8 หลักเพื่องานวิจัย คือการคิดค้นเส้นด้ายพิเศษ ไฮบริด เส้นด้ายมีลักษณะแตกต่างจากเส้นใยทั่วไปตามท้องตลาด เพราะใช้เทคนิคการผลิตแบบตีเกลียวยาวเป็นพิเศษ ช่วยลดการขึ้นขนหลังซัก ใช้นวัตกรรมการทอจากประเทศอิตาลี เยอรมนี ญี่ปุ่น ให้ผ้าไม่ยับ ระบายอากาศดี ช่วยลดอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศได้ 1 องศา มีคุณสมบัติดูดซับเหงื่อ

“เรานำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ หรือใช้วัตถุดิบที่มีอยู่แต่ขอให้ทางโรงงานเคลือบสารเคมีบางอย่างที่เราคิดค้น เมื่อได้เส้นด้ายมาก็มาผนวกกับการทอที่เราชำนาญ ดีไซน์ที่แตกต่าง ไปจนถึงกระบวนการย้อมที่ต้องใช้สารเคมีบางอย่างที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรงงาน ต้องการยูนิฟอร์มที่ทนทาน อย่างโรงงานเชื่อมไฟต้องการเครื่องแบบที่ใช้ผ้ากันไฟ โรงเชือดต้องการผ้าที่ซักคราบออกง่าย โรงงานที่เน้นความสะอาดต้องการผ้าที่ป้องกันแบคทีเรีย เราทำได้ทั้งหมดเพราะมีทีมงานวิจัยช่วยคิด”

ไม่ใช่ว่าเนื้อผ้าลักษณะแบบนี้จะไม่มีผู้เล่นในประเทศไทยพัฒนาได้ แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่ทำได้คือผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่ทำสำเร็จ แต่นำสินค้าทั้งหมดส่งออก ขณะที่ผู้เล่นขนาดกลางก็ไม่มีใครคิดค้นได้ คุณไอซ์บอกว่า เมื่อก่อนจะขายผ้าที่พัฒนาแล้วในแบรนด์ของบริษัทเท่านั้น แต่ตอนนี้เปิดขายให้ลูกค้าทั่วไป เพราะต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ “ไฮบริด” ให้ติดตลาดตามแผนนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ นำเงินมาขยายกิจการต่อยอดความฝันและโปรเจ็กต์ที่ยังมีอีกมากมาย สร้างโรงงานใหม่ที่รวมการทอ การตัดเย็บการย้อม และห้องวิจัยไว้ด้วยกัน พร้อมสร้างเอาต์เล็ตโชว์ต้นแบบสินค้าใหม่ ส่วนธุรกิจจะ

ขยายตัวเองจากตลาดยูนิฟอร์มไปสู่ตลาดอื่น เช่น เป็นผู้ผลิตผ้าม่าน ที่ไม่ใช่แค่ผ้าม่านกันยูวีทั่วไปแต่ลูกค้าสามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าทั่วไปแบบไม่ต้องส่งร้านซัก เพราะผ้ากันยูวีนี้ลงลึกไปจนถึงวิธีการทอ ไม่ใช่เพียงนำผ้าธรรมดาไปชุบสารเคมี หรือจะเป็นผ้าปูที่นอนสำหรับผู้ป่วยลดปัญหาแผลกดทับ กันแบคทีเรีย เสื้อผ้าสำหรับเด็กที่มีเนื้อผ้าเนียนนุ่มไม่อับชื้น ทั้งหมดนี้จะไม่ซ้ำรอยใครในตลาดเดิมเพราะทุกชิ้นจะมีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมเส้นด้าย การทอ การย้อม ที่แปลกออกไป 

สิ่งที่จะเห็นเป็นรูปธรรมในเร็วๆ นี้ คือ ในปี 2559 ไฮบริด จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเสื้อผ้ากีฬาคนไทย มีสินค้าคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ต่างประเทศ คุณไอซ์เล่าว่านี่คงเป็นกลุ่มเสื้อผ้าที่เขาถนัดมากที่สุด เพราะเป็นคนชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว

นับเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันก้าวไปสู่บลูโอเชียน ด้วยการลงทุนวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) สิ่งใหม่ๆ รับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก