siam

‘กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์’ HYBRID FABRIC ผลิกโฉมวงการเส้นใยสิ่งทอไทยสู่สากล

IMG_5284

กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮบริด แฟบริค จำกัด กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นในปี 2490 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ตั้ง เตียง ฮง ประกอบธุรกิจค้าขายผ้าในย่านสำเพ็ง จนถึงปี 2535 ได้ขยายกิจการมาเป็นผู้ผลิตภายใต้โรงงานใหม่ ชื่อบริษัท ที.ที.เอช.นิตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ประกอบธุรกิจการทอผ้าและต่อมาได้ขยายกิจการตัดเย็บครบวงจร ทั้งนี้ ระยะกว่า 10 ปีที่อยู่ในแวดวงธุรกิจสิ่งทอ โดยเริ่มเข้ามาบริหาระธุรกิจของครอบครัว บริษิท ที.ที.เอช. นิตติ้ง(ไทยแลนด์) จำกัดซึ่งถือเป็นผู้นำด้านธุรกิจสิ่งทอครบวงจรอันดับต้นๆ ของประเทศไทยโดยมีแนวคิดที่จะมุ่งสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทำให้เกิดแนวคิดที่จะวิจัยและพัฒนาตั้งแต่วัตถุดิบที่นำมาผลิตเป็นเส้นด้ายเพื่อให้เกิดนวัตกรรมเส้นใยใหม่ที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม ในชื่อ “HYBRID FABRIC” ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทไฮบริด แฟบริค จำกัด

“ปัญหาของวงการผ้าถักในประเทศไทยที่ถือว่ายังพัฒนาไปได้ช้าเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ทั้งๆที่ศักยภาพของประเทศไทยด้านโครงสร้างของวัตุดิบ ภาคการผลิตการวิจัยพัฒนา รวมถึงภาคการบริโภคถือว่ามีศักยภาพและความพร้อมไม่แพ้ประเทศอื่นๆ แต่เนื้อผ้าต่างๆ ที่มีจำหน่ายในประเทศส่วนใหญ่นั้นถือว่าเป็นเพียงผ้าธรรมดาเครื่องจักรที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นรุ่นเก่าขาดการบำรุงรักษา รวมทั้งขาดการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องซึ่งเมื่อผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้ผลิตผ้าธรรมดาออกมาจำหน่าย จึงประสบปัญหากับสินค้าคู่แข่งจากเพื่อนบ้านที่มีลักษณะเหมือนกันแต่ราคาตํ่ากว่ารวมทั้งผู้บริโภคเกิดความเบื่อหน่ายกิบสินค้าเดิมๆ ที่มีจำหน่ายโดยตลอดหลายสิบปี”

โดย “HYBRID FABRIC” มีลักษณะแตกต่างจากเส้นใยทั่วไปตามท้องตลาดด้วยเทคนิคมรการผลิดแบบตีเกลียวยาวเป็นพิเศษช่วยลดการขึ้นขนหลังซัก และใช้วัตถุดิบที่มีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดีเมื่อนำมาถักทอเป็นผ้าแล้ว จากนั้นจึงผ่านขั้นตอนการถักทออันทันสมัย ประกอบด้วยเทคนิคและนวัตกรรมในการทอจากประเทศชั้นนำเรื่องการทอผ้าอย่างอตาลี เยอรมนีและญี่ปุ่น ด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในเรื่องการถักทอผ้า “HYBRID FABRIC” โครงสร้างเส้นใยมีคุณสมบัติเป็นลักษณะถาวร (Permanent) ช่วยยืดอายุการใช้งาน ช่วยลดพลังงานเพราะว่าผ้าทุกชนิดของ HYBRID FABRIC แทบไม่ต้องรีดด้วยนวัตกรรมใหม่ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ผ่านมาตรฐาน Cool Mode (ช่วยลดอุณหภูมิ ของเครื่องปรับอากาศได้ 1 องศา แต่ว่ายังสบายเท่าเดิม ช่วยลดพลังงาน) และคุณสมบัติดูดซับเหงื่อ

กิตติพงศ์ กล่าวว่า สำหรับในปีนี้มีแผนที่จะประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเตรียมที่จะเข้าระดมทุนจดทะเบียนในตลอดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายใน 3 ปีรวมไปถึงการสร้างโรงงานย้อมสีเอง