sme

ไฮบริด แฟบริค “ผ้าฟังก์ชั่น” สิ่งทอเติมนวัตกรรม

innobiz_170359

สิ่งทอเป็นอีกกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้และอาชีพให้คนไทย แต่ไหนแต่ไรมาอุตสาหกรรมนี้แข่งขันกันที่ “ราคา” เพราะมีผู้เล่นหลายระดับ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดครัวเรือนไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ผลิตเพื่อส่งออก อีกทั้งยังแข่งขันในด้านคุณภาพของเส้นใยไปจนถึงกระบวนการผลิตที่มีความหลากหลาย

ล่าสุด บริษัท ไฮบริด แฟบริค จำกัด ได้พัฒนาระบบการผลิตเส้นใยด้วยนวัตกรรมการทอผ้า ซึ่งเกิดจากการพัฒนาวัตถุดิบชั้นดี ขั้นตอนการถักทอ และกระบวนการย้อมแบบพิเศษ จนออกมาเป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากของเดิมๆ ที่เรียกว่า “ผ้าฟังก์ชั่น” ออกมาทำตลาดในช่วงเริ่มแรกด้วยกัน 3 ซีรีส์ คือ ไฮบริด โปร, ไฮบริด ฟิวชั่น และไฮบริด คอตตอน ซึ่งผ้าแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกันออกไป

กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ผ้าฟังก์ชั่น” มีโครงสร้างเป็นลักษณะถาวร คือช่วยยืดอายุการใช้งาน ช่วยลดพลังงานเพราะไม่ต้องรีด ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ช่วยลดอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศได้ 1 องศาเซลเซียส ขณะที่ผู้สวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยพิเศษนี้ยังสบายเหมือนอุณหภูมิเท่าเดิม

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติการดูดซับเหงื่อได้ดี ทำให้ผ้าที่เปียกเหงื่อจะไม่ชื้นแฉะจากด้านใน เป็นต้น กิตติพงศ์บอกว่า ไฮบริด แฟบริค มุ่งเน้นการทำการตลาดเฉพาะตามความต้องการของลูกค้า โดยผลิตเนื้อผ้าตามความเหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย

ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในการผลิตสิ่งทอของกิตติพงศ์ ทำให้เขาทราบถึงความต้องการของลูกค้า และสิ่งสำคัญ คือ Know How ของไฮบริด แฟบริคในการทอผ้าที่ช่วยสร้างฟังก์ชั่นต่างๆ ด้วยเทคนิคและความชำนาญใน 3 กลุ่มการผลิต ได้แก่ กลุ่มเส้นใย กลุ่มโรงทอผ้า และโรงย้อมผ้า ทำให้ไฮบริด แฟบริค อยู่ในกลุ่มของโรงทอผ้าที่สามารถใช้นวัตกรรมควบคู่กับการทอเทคนิคพิเศษให้ได้ผ้าที่มีความพิเศษในรูปแบบต่างๆ

ในส่วนของขั้นตอนการย้อมผ้า เขาได้ร่วมพัฒนากับผู้เชี่ยวชาญผลิตเคมีสำหรับย้อมผ้าที่มีความพิเศษ เช่น สามารถป้องกันแบคทีเรีย ไม่ขึ้นขน ซักแล้วไม่หด ไม่ย้วย สีสันสดอยู่เสมอ เป็นต้น ทั้งหมดนี้เองทำให้ ไฮบริด แฟบริค มีความได้เปรียบในด้านการผลิตที่จะรองรับความต้องการของลูกค้า SME ที่ต้องการผู้ผลิตสิ่งทอที่มีฟังก์ชั่นของการใช้งานตามต้องการและมีคุณภาพ และรับผลิตในปริมาณไม่มาก ซึ่งหาได้ยากในการสั่งผลิตผ้าฟังก์ชั่นในยุคปัจจุบันเพราะมีต้นทุนการผลิตสูงและต้องสั่งจากผู้ผลิตรายใหญ่เท่านั้น นั่นจึงทำให้ไม่คุ้มกับต้นทุน ส่งผลให้มีราคาจำหน่ายสูงตามไปด้วย

กิตติพงศ์บอกว่า ผ้าฟังก์ชั่นจะมีราคาสูงกว่าผ้าธรรมดาที่จำหน่ายตามท้องตลาด 20% แต่ในความคุ้มค่าของการใช้งานสูงกว่า 2 เท่า อย่างเช่น เสื้อโปโลที่ใช้ผ้าคอตตอนธรรมดามีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี แต่ถ้าเป็นผ้าไฮบริด คอตตอน มีอายุการใช้งานที่มากกว่าเป็น 2 เท่า สามารถซักได้มากกว่าโดยที่ผ้าไม่ยืด สีไม่ซีด ไม่ขึ้นขน คงรูปสภาพการใส่ อีกทั้งใส่แล้วเย็นสบายกว่าด้วย ในส่วนของกำไรอยู่ที่ 2 เท่าจากผ้าแบบธรรมดา

ปัจจุบัน ไฮบริด แฟบริค มีกำลังการผลิตอยู่ที่มากกว่า 10 ตันต่อวัน โดยมีฐานลูกค้าในประเทศเป็นหลัก สัดส่วนของผ้าฟังก์ชั่น ไฮบริด แฟบริค คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของตลาดในประเทศ ซึ่งกิตติพงศ์ตั้งเป้าภายในปี 2559 ผ้าฟังก์ชั่นโตขึ้นเป็น 20-30 เปอร์เซ็นต์ โดยทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ให้ผ้าฟังก์ชั่นเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และเข้าใจถึงคุณสมบัติของผ้าชนิดนี้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ไฮบริด แฟบริค ได้ขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสื้อกีฬาของตัวเองภายใต้แบรนด์ “ไฮบริด สปอร์ต” ออกวางจำหน่าย ซึ่งมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่น คือ สามารถรีดน้ำได้ดี เนื้อผ้าเบาสบาย ไม่เสียดสีกับผิวหนังของผู้สวมใส่ โดยจะมุ่งเน้นผลิตเสื้อผ้ากีฬาให้มีคุณภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่าของตลาดต่างประเทศ

ที่ผ่านมาธุรกิจสิ่งทอถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่รอดยาก สถาบันการเงินต่างปฏิเสธการให้สินเชื่อ ไฮบริด แฟบริค เป็นตัวอย่างของผู้ผลิตที่พัฒนาตัวเองโดยการใส่นวัตกรรมเข้าไป ทำให้มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้บริษัทเติบโตแบบสวนกระแส

“สิ่งสำคัญอยู่ที่การพัฒนาให้ได้สิ่งที่ลูกค้าต้องการและสามารถใช้งานได้จริง ตอบโจทย์ครบถ้วน ซึ่งนวัตกรรมจะมีส่วนช่วยส่งเสริมด้านความเชื่อมั่น ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงกว่า แต่ผู้บริโภคก็จะเลือกในสิ่งที่ดีกว่าเช่นกัน” กิตติพงศ์กล่าวทิ้งท้าย